Alimentarium Food Museum

Alimentarium Food Museum

ไหนๆก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่อย่างเนสเล่แล้ว การได้มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารการกินนับเป็นเรื่องน่าเห็นควรอยู่ไม่น้อย

เบื้องหลังรูปปั้น ลุงชารลี แชปลิน ที่ยืนทอดสายตาให้ล่องลอยไปกับทะเลสาบ เหมือนครั้งหนึ่งในอดีตที่ลุงชรลีคงเคยมายืนอยู่มีตึกใหญ่สีขาวกรุกระจกตั้งเด่นเป็นสง่า ที่นี่คือ อลิมองตาเรียม (Alimentarium) พิพิธภัณฑ์อาหารที่เป็นแหล่งรวบราวเรื่องราวแห่งการบริโภคของมนุษยชาติ ตั้งแต่อดีตสืบเนื่องเรื่องเล่ามาจนปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการการบริโภคของชาวโลกที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทผลิตอาหารสัญชาติสวิสเล็กๆอย่างเนสเล่เติบโตเคียงคู่กันมา

อาคารหินปูนสีเหลืองอ่อนสไตล์นีโอคลาสสิกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1921  เพื่อเป็นที่ทำการของบริษัทผลิตนมข้นหวานของบริษัทเนสเล่ ออกแบบโดย อดอล์ฟ เบอร์นาท (Adolphe Bumat) สถาปนิกที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น จนกระทั่งปี .ศ. 1979 อาคารนี้ได้ว่างลง เมื่อบริษัทย้ายที่ทำการไปอยู่อีกแห่งหนึ่ง อีก 6 ปีต่อมาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

โถงต้อนรับตรงกลางของอาคารมีพนักงานให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ พรักพร้อมและสารพันไปด้วยสินค้าข้าวของที่น่าสนใจวางจำหน่ายเป็นของที่ระลึกอยู่ สองฟากของบริเวณนี้ถูกแบ่งโซนการจัดแสดงอย่างเป็นระเบียบ

ห้องจัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของร้านโซห่วยแบบฝรั่งที่กลายมาเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน อาหารการกินชนิดต่างๆอย่างง่ายๆที่ทำให้ได้เห็นภาพชีวิตประจำวันที่บางครั้งเราอาจมองข้าม

ที่นี่ไม่เพียงเป็นพิพิธภัณฑ์วางสิ่งของให้เดินชมอย่างเดียว ยังมีเกมส์การละเล่นฝึกทักษะ และแสดงผลทางสุขภาพให้ผู้มาเยี่ยมชมสนุกสนานตามไปด้วย เช่น เครื่องทดสอบระบบการย่อยอาหาร พฤติกรมการบริโภคของคุณเอง หรือแม้กระทั่งพลังงานที่คุณมีอยู่ทั้งหมดนี้ถูกทดสอบด้วยเครื่องเล่นอย่างเพลิดเพลิน หาใช่เครื่องตรวจเหมือนตามโรงพยาบาลไม่ นอกจากนี้ยังมีแผนกครัวที่จัดเป็นเวิร์คช็อปเพื่อเป็นกิจกรรมสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ

จุดไฮไลท์อีกสิ่งหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือส้อมขนาดสูง 8 เมตรทำด้วยสแตนเลสที่ถูกปักอยู่ชายฝั่งทะเลสาบซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ ด้วยสร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 10 บีของพิพิธภัณฑ์เมื่อปี ค.ศ. 1995

ในครั้งนั้น ชอง – ปิแอร์ โซคค์ (Jean – Pierre Zaugg) ประติมากรจากเมืองนอยซาแตล (Neuchatel) ได้ออกแบบเพื่อนำมาจัดแสดงให้เป็นงานแสดงชั่วคราวเพียง 1  ปีเท่านั้น เมื่อครบกำหนดจึงต้องย้ายส้อมยักษ์ออกจากทะเลสาบ ด้วยทางการเมืองเวเวยไม่อนุญาตให้จัดแสดงต่อ อมอันนี้จึงถูกย้ายไปตั้งในสวนของ เบิร์นดอร์ฟ ดัทเทิลรี (Berndorf Cutlery Factory โรงงานผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่เมือง ลิทเทา (Littau) ในแคว้น ลูเซิร์น

กระทั่งเดือนกันยายนปี ค.ศ. 2007 ได้มีการประชุมทำเรื่องเสนอต่อทางการเมืองเวเวย์ถึงความต้องการที่จะนำอมอันนี้กลับมา เดชะบุญที่การลงมติในครั้งนั้นเห็นด้วยกันเรื่องนี้ ส้อมอันนี้จึงกลับคืนสู่ทะเลสาบเจนีวาแห่งนี้อีกครั้ง

ปัจจุบันส้อมสแตนเลสที่ปักอยู่กลางน้ำกลายเป็นแลนด์มาร์คที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่นิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ไม่แพ้รูปปั้นนางเงือกริมน้ำที่กรุงโคเปนเฮเกนเลยที่เดียว

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *